
กทช.ป้องกันเอกชนฮั้วประมูล หลัง 30 ส.ค.53 ห้ามเอกชนเข้าร่วมประมูล 3 จี นัดเจอกัน เล็งปรับร่างหลักเกณฑ์ครอบงำฯ ยืนยันไม่ล้มประมูลตามข่าวลือ...
วันที่ 25 ส.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า หลังจากวันที่ 30 ส.ค.นี้ ผู้เข้าร่วมประมูลใอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ ห้ามติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น และจะต้องไม่เปิดเผย หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลใด เพื่อให้เป็นไปตามข้อ 14.1 ว่าด้วยมาตรการรักษาความเป็นธรรม ผลประโยชน์ของรัฐ ที่ห้ามผู้แทนมีสิทธิถือครองและเข้าถึงข้อมูลและที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก กทช.ต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และไม่ให้เกิดการฮั้วประมูล โดยที่ผ่านมา ได้ชี้แจงให้ยื่นขอรับซองการประมูล ทั้ง 14 รายได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว
"หลังวันที่ 30 ส.ค.ห้ามผู้ยื่นซองประมูลนัดเจอกัน เช่น นัดทานข้าว หารือนอกรอบ เพื่อตกลงเรื่องการประมูล หรือผู้บริหารแถลงข่าวก็ต้องระวัง ห้ามส่งสัญญาณข้อมูลที่จะใช้ประมูลที่ก่อให้เกิดการสมยอม" กรรมการ กทช.กล่าว
ทั้งนี้ หากมีผู้ยื่นซองประมูลฝ่าฝืน จะต้องถูกริบเงินวางมัดจำ 10% ของราคาประมูลเริ่มต้น หรือประมาณ 1,280 ล้านบาท รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการจัดประมูลทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ ยังผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว ซึ่งมีโทษทางอาญา ที่กทช.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลชี้ขาด
พ.อ.นที กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กทช. ยังมีมติขอสนับสนุนการตรวจสอบกระบวนการสมยอมจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสที่สุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือจากการเปิดรับฟังรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศครอบงำกิจการของต่างด้าว ที่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาปรับปรุงแก้ไข โดยเชิญผู้มีความรู้ความสามารถทางกฎหมายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมพิจารณาด้วย คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อนำร่างไปเปิดรับฟังความเห็นอีกครั้ง โดยยืนยันว่าหลักเกณฑ์ร่างครอบงำฯ จะไม่มีการพิจารณาร่วมกับการเปิดประมูลไลเซ่นส์ 3 จี ส่วนข่าวลือที่ระบุว่า จะล้มประมูลนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยย้ำว่าเป็นข่าวที่จะสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการประมูล และท้ายที่สุดจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ
ที่มา : Thairath |